ความน่าสนใจของสูตรพาโรลี

สูตรเดินเงิน paroli เทคนิคบริหารเงินบาคาร่าเป็นระบบ

หากพูดถึงสูตรบริหารเงินบาคาร่า หลายท่านคงจะคุ้นเคยกันดีกับสูตรยอดนิยมอย่างสูตรเดินเงินมาร์ติงเกล ซึ่งเป็นสูตรที่ค่อนข้างการันตีผลกำไรด้วยการวางเงินเดิมพันเพิ่ม 2 เท่า เมื่อแพ้ แต่นั่นก็มองได้อีกมุมว่าหากแพ้ติดกันมาก ก็จำเป็นต้องเงินทุนที่สูง ทำให้มีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย สำหรับบทความนี้ เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งสูตรเดินเงินที่เป็นความเหมือนที่แตกต่างกับสูตรมาร์ติงเกลหรือเป็นสูตรที่กระทำในรูปแบบตรงข้าม โดยเมื่อผู้เล่นวางเดิมพันชนะให้วางเงินเพิ่มขึ้น 2 เท่า สูตรนี้มีชื่อเรียกว่าสูตรพาโรลี ไปลองศึกษากันครับ

สูตรพาโรลี เป็นยังไง

สูตรบาคาร่า

สำหรับสูตรพาโรลี เรียกได้ว่าเป็นสูตรที่ใช้หลักการเพิ่มขึ้นทางบวก โดยเพิ่มยอดเงินเดิมพัน 2 เท่า หากเดิมพันชนะ มีแนวทางดังนี้

วิธีเดินเงินด้วยสูตรพาโรลี

1. ให้เริ่มวางเงินเดิมพันด้วยเงินทุน 1 หน่วย

2. ทุกครั้งที่วางเดิมพันแล้วชนะ ในตาต่อไปให้วางเงินเดิมพันเพิ่มขึ้น 2 เท่า

3. สูตรนี้ให้จบรอบเดิมพันเมื่อชนะติดกันถึง 3 เกม แล้วเริ่มต้นใหม่ที่ 1 หน่วย

4. เกมใดที่วางเดิมพันแล้วแพ้ ในตาต่อไปก็ให้วางเงินที่ 1 หน่วย เป็นการเริ่มรอบเดิมพันใหม่

ลำดับการเดินเงิน

สามารถเขียนเป็นลำดับง่ายๆได้ดังนี้ 1-2-4-1 โดยใน 1 รอบเดินเงินของสูตร คือให้ผู้เล่นวางเดิมพันแล้วชนะติดกัน 3 เกม คำนวณเป็นโอกาสที่จะวางเดิมพันครบรอบหรือโอกาสชนะ 3 เกมติด คือโอกาส 1 ใน 8 เกม หรือ 12.5% ซึ่งเป็นโอกาสที่พอจะทำได้ ลองดูในตารางประกอบเพื่อความเข้าใจ

ยกตัวอย่างการใช้สูตรพาโรลี

รายละเอียดจากตัวอย่าง

  • เกมที่ 1 วางเดิมพันด้วยเงิน 1 หน่วย ผลเกมคือแพ้ ขาดทุนสะสม 1 หน่วย และจบรอบเดินเงินทันที เพราะสูตรนี้เราเน้นที่ชนะ
  • เกมที่ 2 เริ่มรอบเดินเงินใหม่ด้วยเงินเดิมพัน 1 หน่วยเท่าเดิม ผลเกมคือแพ้ ขาดทุนสะสม 2 หน่วย และจบรอบเดินเงินไปอีกรอบ
  • เกมที่ 3 เริ่มรอบเดินเงินใหม่ด้วยเงินเดิมพัน 1 หน่วยอีกครั้ง ผลเกมคือชนะ ได้เงินคืนมา 1 หน่วย แต่ยังขาดทุนสะสมอยู่ 1 หน่วย และในเกมต่อไปให้วางเงินเดิมพันเพิ่มขึ้นตามลำดับรอบเดินเงินคือเงิน 2 หน่วย
  • เกมที่ 4 วางเงินเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็น 2 หน่วย ผลเกมคือแพ้ ขาดทุนสะสมรวม 3 หน่วย และจบรอบเดินเงิน (ถ้านับเป็นรอบเดินเงินเท่ากับว่ารอบนี้เสีย 1 หน่วย เพราะเกมที่แล้วได้มาแล้ว 1 หน่วย)
  • เกมที่ 5 วางเดิมพันด้วยเงิน 1 หน่วย ผลเกมคือชนะ ได้เงินคืนมา 1 หน่วย รวมเป็นขาดทุนสะสม 2 หน่วย และเกมต่อไปให้วางเงิน 2 หน่วยตามลำดับของสูตร
  • เกมที่ 6 วางเดิมพันด้วยเงิน 2 หน่วย ผลเกมคือชนะ ได้เงินอีก 2 หน่วย เท่ากับว่าทุนกลับมาที่เดิม ไม่ได้ไม่เสีย และในเกมต่อไปให้วางเดิมพันเพิ่มอีก 2 เท่าตามสูตรคือเงิน 4 หน่วย
  • เกมที่ 7 วางเดิมพันด้วยเงิน 4 หน่วย ผลเกมคือชนะ ได้กำไรสะสม 4 หน่วย และถือว่าจบรอบเดินเงินรอบนี้
  • เกมที่ 8 เริ่มรอบเดินเงินใหม่ วางเดิมพันด้วยเงิน 1 หน่วย ผลคือชนะ ได้กำไรเพิ่มอีก 1 หน่วย รวมกำไรสะสมคือ 5 หน่วย และเกมต่อไปให้วางเงิน 2 หน่วย
  • วางเงินเดิมพัน 2 หน่วย ผลคือแพ้ เสียเงิน 2 หน่วย รวมกำไรสะสมคือ 3 หน่วย เป็นอันว่าจบรอบเดินเงินนี้ และให้ตามลำดับสูตรแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ความน่าสนใจของสูตรพาโรลี

ความน่าสนใจของสูตรพาโรลี

เมื่อเทียบสูตรพาโรลีกับสูตรมาร์ติงเกล จะเห็นชัดว่าเป็นแนวทางที่ตรงข้ามกัน แต่ไม่ใช่แค่เพียงวิธีการที่ตรงข้ามกันเท่านั้น การเดินเงินลักษณะนี้ยังส่งผลถึงจิตใจผู้เล่นด้วย สูตรพาโรลีจะทำให้ผู้เล่นเน้นไปที่การวางเดิมพันให้ชนะ ทำให้รู้สึกหึกเหิม เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น และในทางกลับกันสูตรมาร์ติงเกลให้ผู้เล่นใช้เงินจำนวนมากเพื่อแลกผลกำไรที่น้อย เป็นรูปแบบที่ส่งผลต่อความคิดว่าผู้เล่นกลัวที่จะเสียเงิน จึงยอมที่จะแลกกับความเสี่ยงที่ต้องใช้เงินทุนมาก

ข้อดีของสูตรพาโรลี

1. รอบการเดินเงินค่อนข้างน้อย มีการกำหนดรอบชัดเจนเพียง 3 เกมต่อรอบเท่านั้น

2. เสียเงินช้า นั่นคือผู้เล่นวางเดิมพันเพียง 1 หน่วยเท่านั้น ถ้าหากแพ้ก็วาง 1 หน่วยไปเรื่อยๆ เมื่อใดที่ได้กำไรแล้วกลับมาเสียก็เสียทีละ 1 หน่วยเท่านั้น เท่ากับว่าผู้เล่นใช้แต่กำไรมาเสี่ยง ซึ่งต่างกับสูตรมาร์ติงเกลที่ต้องใช้เงินทุนจำนวณมากไปเสี่ยง

3. ถึงแม้โอกาสจะเล่นครบรอบเดินเงิน 3 เกมจะไม่มากนักแต่ก็มีโอกาสทำได้พอสมควร หากทำได้ครบรอบจะได้กำไรสูงถึง 7 หน่วย

4. ความเสี่ยงที่จะเสียทุนมากมีน้อย เพราะใช้เงินเล่นเมื่อแพ้เพียง 1 หน่วย

เมื่อผู้เล่นนำสูตรไปใช้จริงให้คิดง่ายคือเมื่อแพ้ก็วางเดิมพัน 1 หน่วยไปเรื่อย และตั้งเป้าให้ชนะติดกัน 3 เกมให้ได้ ก็จะเท่ากับครบรอบเดินเงิน อีกทั้งได้กำไรมากถึง 7 หน่วย เมื่อได้กำไรแล้วยิ่งสบายเลยครับ หากวางเดิมพันแล้วแพ้ ก็เป็นเพียงการใช้แต่กำไรเล่นไปเรื่อยด้วยเงินเดิมพันเพียงเกมละ 1 หน่วยเท่านั้น ซึ่งทำให้มีเงินสู้กับคาสิโนได้นานๆ

ข้อเสียของสูตรพาโรลี

แน่นอนว่าทุกสูตรต้องมีจุดบอดให้ผู้เล่นต้องคำนึงถึงอยู่ด้วย สำหรับสูตรพาโรลี หากผู้เล่นไปเรื่อยๆ แม้ภาพรวมจะดูเหมือนชนะมากกว่าแพ้ แต่ก็อาจจะขาดทุนได้ แต่ไม่มากนะครับ เพราะหากเล่นไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ชนะติดกันถึง 3 เกมเลย สูตรนี้ก็จะทำให้ยอดติดลบได้ ตัวอย่างตามตาราง

– หากชนะครบ 3 เกมติดในรอบเดินเงิน ก็จะได้กำไรสูงถึง 7 หน่วย

– แต่ถ้าหากผู้เล่นดวงไม่ดี ชนะ 2 เกม แพ้ 1 เกมบ่อยๆ ก็จะขาดทุนไปทีละ 1 หน่วยต่อรอบ

– เมื่อสังเกตจากตัวอย่างจะเห็นว่า ถึงแม้จะชนะถึง 6 เกมจากทั้งหมด 9 เกม และแพ้เพียง 3 เกมเท่านั้น ซึ่งเรียกว่าครึ่งต่อครึ่ง หากเป็นสูตรอื่นคงกำไรดีแน่ๆ แต่สำหรับสูตรพาโรลีคือขาดทุน และนี่คือข้อเสียสำคัญของสูตรพาโรลี

ตัวอย่างเมื่อผลเกมรวมแพ้

หากผู้เล่นดวงไม่ดี เล่นแล้วแพ้มากกว่าชนะ ตามตัวอย่างแพ้ถึง 7 เกม ชนะเพียง 3 เกม แน่นอนว่าผู้เล่นก็ต้องขาดทุน เพียงแต่ว่าด้วยข้อดีของสูตรพาโรลี ถึงแม้จะแพ้เยอะก็ไม่ได้เสียเงินเยอะนักเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรอื่นๆ (เสียเพียง 6 หน่วย) ทำให้ยังพอมีโอกาสที่ตามทุนคืนกลับมาได้ เช่นถ้าในเกมต่อไปหลังนี้ผู้เล่นสามารถเล่นชนะได้ 3 เกมติดกัน ก็จะได้เงินกลับมาถึง 7 หน่วย ส่งผลให้ทั้งคืนทุนและได้กำไรอีก 1 หน่วย (สูตรนี้เวลาเสียจะเสียทีละ 1 หน่วย แต่เวลาได้จะได้รอบละ 7 หน่วย)

ตัวอย่างเมื่อเกมแพ้ติดกัน เปรียบเทียบกับสูตรมาร์ติงเกล

เช่น ให้ผู้เล่นมีเงินลงทุนจำนวณ 30 หน่วย

  • หากใช้สูตรพาโรลี แล้วแพ้ติดกันถึง 7 เกม (ดวงไม่ดีจริงๆ) ผู้เล่นก็จะเสียเงินทุนไป 7 หน่วยเท่านั้น ยังมีเงินทุนเหลืออีก 23 หน่วย ให้ผู้เล่นวางแผนใหม่แล้วตามทุนคืนต่อไปได้ และอาจจะได้กำไรเพิ่มอีกด้วย
  • แต่หากใช้สูตรมาร์ติงเกล เพียงผู้เล่นแพ้ติดกัน 5 เกม เงินทุนก็ไม่พอซะแล้ว (1+5+4+8+16=34)

ภาพโดยรวมของสูตรพาโรลี

ภาพโดยรวมของสูตรพาโรลี

สำหรับสูตรนี้ ต้องดูจังหวะเข้าเล่นดีๆแล้วจะได้กำไรสูงถึงรอบละ 7 หน่วย หากเล่นครบรอบเดินเงิน และเมื่อเสียแต่ละรอบก็เสียเงินเพียง 1 หน่วยเท่านั้น และจากการทดลองใช้สูตรนี้ก็สามารถเล่นได้ค่อนข้างนาน ปลอดภัย ขอเพียงชนะติดกันถึง 3 ครั้งบ้าง ก็พอทำกำไรได้ ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นสูตรทำเงินที่ใช้ได้ดีอีกสูตรหนึ่ง

สรุป สูตรพาโรลีค่อนข้างจะเหมาะกับผู้มีประสบการณ์การเล่นบาคาร่ามาพอสมควร มีความมั่นใจว่าตนเองจะเอาชนะถึง 3 เกมติดได้ ไม่เหมาะกับผู้เล่นที่ยังวิเคราะห์แนวทางไพ่ไม่เก่ง แต่หากผู้เล่นท่านใดอยากลองนำไปใช้ก็สามารถทดลองกันดูได้ เพราะการใช้สูตรพาโรลี ถึงแม้จะเสียก็เสียครั้งละไม่มาก อีกทั้งใช้เงินทุนไม่สูงนัก สำหรับบทความนี้ผู้เล่นก็คงได้แนวทางการเล่นบาคาร่ากันไปพอสมควรแล้ว ก็ขอบทความจบเพียงเท่านี้ ติดตามกันได้กับบทความดีๆต่อไปครับ

Leave a Comment